ปวดศีรษะ เป็นอาการที่พบได้บ่อย และมีกลไกซับซ้อน เช่น ปวดหัวรุนแรงแบบทันที, ปวดหัวแบบเรื้อรังเป็นๆ หายๆ , ปวดหัว และมีอาการชา แขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย, ปวดหัวข้างเดียว หรือสองข้าง, ปวดหัว และคลื่นไส้ ฯ
อาการปวดหัวแบ่งได้ทั้งหมดเป็น 4 แบบใหญ่ๆ ดังนี้…
– ปวดศีรษะไมเกรน (Migraine)
– อาการปวดศีรษะตุบๆ บริเวณข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ มักปวดนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน สู้แสงหรือเสียงไม่ได้ร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการนำก่อนอาการปวดหัว โดยมักเห็นเป็นแสงวูบวาบ หรือมองเห็นภาพไม่ชัด
– ปวดศีรษะชนิดกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension)
– อาการปวดศีรษะมีลักษณะเหมือนถูกกด บีบ หรือรัดที่ศีรษะทั้งสองข้าง มักมีอาการเริ่มที่ท้ายทอย ร้าวไปขมับทั้งสองข้าง แล้วจึงปวดร้าวทั้งศีรษะ อาจจะมีอาการกดเจ็บที่หนังศีรษะร่วมด้วย มักมีอาการปวดตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป โดยมักพบในผู้ที่มีอาการเครียด โกรธ หรือเหนื่อย
– ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster)
– มีอาการปวดศีรษะรุนแรงที่บริเวณรอบตา เบ้าตา หรือขมับข้างเดียวเท่านั้น รู้สึกร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก โดยมักมีอาการร่วมอื่นด้วยเสมอ เช่น น้ำตาไหล ตาข้างที่ปวดจะแดง คัดจมูก หูอื้อ หนังตาตกเนื่องจากความผิดปกติของสมอง จะมีอาการปวดศีรษะเป็นชุดๆ อาจมีอาการหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์
– ปวดศีรษะแบบไซนัส (SINUS)
– ปวดศีรษะเนื่องจากโพรงจมูกติดเชื้อ มีอาการปวดแบบหน่วงๆ บริเวณหน้าผาก หัวตา โหนกแก้ม และรอบกระบอกตา เนื่องจากโพรงจมูกติดเชื้อและน้ำมูกไหลออกมาไม่ได้ บางรายมีอาการปวดเมื่อก้มศีรษะหรือเปลี่ยนท่า
ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ศาสตร์จีนเชื่อว่าการฝังเข็มตามจุดต่างๆบนร่างกายในผู้ที่ปวดศีรษะ จะทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ลดอาการเลือดคั่ง ซึ่งจุดที่ฝังจะแตกต่างกันตามสภาวะของร่างกาย สามารถรักษาอาการปวดเรื้อรังให้ดีขึ้นได้ เพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบันครับ
ความถี่ในการฝังเข็มขึ้นอยู่กับอาการ แนะนำการรักษา 8-10 ครั้ง โดยห่างกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีและช่วยส่งเสริมการฝังเข็มแนะนำการครอบแก้วบำบัดร่วมด้วยครับ


