🔮 การครอบแก้ว หรือ Cupping Therapy เป็นวิธีบำบัดตามตำราแพทย์แผนจีนโดยใช้วัสดุ เช่น แก้วหรือถ้วย มาไล่อากาศออกโดยใช้ความร้อน จากนั้นนำมาวางครอบบนร่างกายเน้นบริเวณเส้นลมปราณ วัสดุนั้นจะดูดกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นเลือดลมทำให้ผิวหนังมีสีแดงเข้มขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 นาทีจึงนำออก
😊 #ประโยชน์ของการครอบแก้ว ตามศาสตร์แพทย์ของจีนที่มีประวัติยาวนานเชื่อว่าการเจ็บป่วยนั้นเกิดจาก ”ชี่” หรือพลังชีวิตที่ไม่สมดุล การครอบแก้วจึงเป็นหนึ่งในการบำบัด ช่วยสลายการติดขัด ทำให้พลังชี่กลับคืนสู่ร่างกายให้เกิดสมดุลอีกครั้ง
👉 โดยปกติแล้วจะทำต่อจากการฝังเข็มเพื่อส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นครับ
✅ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเลือดลมไม่ให้เกิดการอุดตัน
✅ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
✅ กระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
✅ กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
✅ ช่วยกำจัดของเสีย และระบายความชื้นออกจากร่างกาย
✅ ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
🤩 แต่ประโยชน์ของการครอบแก้วไม่ได้มีเพียงแต่ดูแลกลุ่มอาการปวดเท่านั้น ปัจจุบันยังนำมาใช้ในกลุ่มอาการต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น สิว ฝ้า อัมพาตใบหน้า เป็นต้น
😌 การครอบแก้วอาจจะทำให้เกิดรอยบนผิวหนังมีสีแดงคล้ำเป็นวงๆ ซึ่งรอยจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน สีในการทำครอบแก้วครั้งแรกอาจมีสีเข้ม เมื่อทำครั้งที่ 2-3 ไปเรื่อยๆ ระดับความเข้มของสีจะลดลง แสดงถึงอาการที่ดีขึ้น
🚫 หลังการครอบแก้วไม่ควรอาบน้ำทันที ควรรอประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิและให้รูขุมขนปิดก่อนครับ 👌
Author Archives: admin
😣 ไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) เป็นภาวะเรื้อรังที่ส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย มีปัญหาด้านความจำและสมาธิ รวมทั้งอาจนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท
😓 ส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายส่วน ทั้งปวดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลังและคอ ไวต่อความรู้สึกปวด กล้ามเนื้อตึง ทำให้ขยับร่างกายได้ลำบาก กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่แข็งเกร็งทำให้ปวดศีรษะบ่อยๆ รู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่นหลังตื่นนอน หมดเรี่ยวแรง มีปัญหาด้านการคิด ท้องอืด รู้สึกจุกแน่นในท้อง
👨⚕️ การดูแลไฟโบรมัยอัลเจียด้วยการฝังเข็ม เป็นการกระตุ้นไปยังจุดฝังเข็มบนผิวหนังให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดเรื้อรัง จุดที่จะฝังเข็มประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกคือจุดฝังเข็มที่เป็นพื้นฐานในการดูแลแต่ละอาการ ส่วนหลังคือจุดฝังเข็มที่เกี่ยวข้องกับอาการเฉพาะของคนไข้นั้นๆ เพื่อปรับสมดุลร่างกายของชี่และเลือดลม
❤️ และการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อให้เข็มทำงานตลอดเวลา นอกจากจะกระตุ้นบริเวณที่ปวดให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบปลายประสาทให้เข้าสู่สภาวะปกติ บำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ
🔮 ต่อด้วยการครอบแก้วบำบัด ช่วยทำให้ลดอาการตึง ปวดเมื่อย สลายเลือดที่คั่ง ขับสารพิษสะสมในร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลร่างกาย ทำให้รู้สึกโล่งสบายขึ้นได้ครับ
😊 แนะนำการฝังเข็มต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี ป้องกันไม่ให้อาการรุนแรง และให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ
☯️ การฝังเข็มนั้นเป็นศาสตร์ที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยชาวจีนโบราณได้พบ “ชี่” ซึ่งก็คือพลังงานชีวิตที่ไหลเวียนในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และ “เส้นลมปราณ” ซึ่งก็คือทางเดินของชี่ในร่างกายของเรา
⚡️ เส้นลมปราณเป็นเหมือนแม่น้ำคูคลองที่เชื่อมต่อร่างกายและอวัยวะต่างๆเข้าด้วยกันเหมือนร่างแห และชี่ซึ่งไหลเวียนในเส้นลมปราณก็เปรียบเสมือนน้ำที่ไหลในแม่น้ำคูคลอง เพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะและส่วนต่างๆของร่างกาย
😊 ต่อมาชาวจีนโบราณเรียนรู้ที่จะใช้เข็มปักที่ตำแหน่ง “จุดชีพจร” บนร่างกายหรือประตูน้ำเหล่านี้ในการปรับการไหลเวียนของน้ำ(ชี่)ที่หล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้เกิดความสมดุล และเกิดผลในการดูแลความเจ็บป่วย จุดชีพจรจึงถูกเรียกอีกอย่างว่า “จุดฝังเข็ม”
👨⚕️ กลุ่มโรคของฝังเข็มนั้นต่างจากโรคของแพทย์ตะวันตก ต้องมีความรู้ในการวินิจฉัยแบบจีนควบคู่ไปกับความรู้เรื่องเส้นลมปราณ จุดชีพจรและการฝังเข็ม จึงจะสามารถเลือกใช้จุดได้อย่างถูกต้อง คุณหมอที่ทำการฝังเข็มจะเลือกใช้เส้นลมปราณเหล่านี้ในการดูแล วิธีการนั้นก็ขึ้นอยู่กับประวัติ ชนิด อาการ ความรุนแรงหนัก-เบา
👍 หลักการของฝังเข็มคือ การปรับสมดุลของพลังงานและธาตุต่างๆภายในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายกลับสู่สมดุลและสามารถดูแลฟื้นฟูได้ด้วยตัวของตัวเอง โดยหากอยู่ในภาวะเกิน ใช้การรักษาแบบระบาย และหากอยู่ในภาวะขาด เลือกใช้การดูแลบำรุงผ่านการฝังเข็มที่ผิว ก็สามารถทำให้อวัยวะภายในที่ผิดปกติกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ครับ
😊 การฝังเข็มเป็นศาสตร์ที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลเลือดลมผ่านการกระตุ้นบริเวณจุดแนวเส้นลมปราณของร่างกาย ช่วยปรับให้หยินหยางสมดุล
👨⚕️ แพทย์จีนมองว่าอวัยวะในร่างกายล้วนทำงานส่งเสริมเกื้อกูลกัน หากมีอวัยวะใดบกพร่องหรือทำงานหนักมากไปจนร่างกายเสียสมดุล จะเป็นจุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัว ไมเกรน ท้องผูก อ่อนเพลียง่าย ประจำเดือนมาไม่ปกติ ร้อนวูบวาบและอาการปวดต่างๆ เป็นต้น
🥰 ประโยชน์ของการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย
✅ กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด
✅ ช่วยสลายเลือดคั่งที่อุดกั้นอยู่ตามร่างกาย
✅ ร่างกายได้ผ่อนคลาย จิตใจสงบขึ้น
✅ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านทานโรค
✅ ลดความตึงเครียดของร่างกาย
✅ ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย
✅ ช่วยดูแลระบบเส้นประสาท
✅ ปรับประจำเดือนให้มาปกติ
✅ ดูแลไมเกรน ปวดศีรษะ
✅ นอนไม่หลับ หลับยาก
✅ ภูมิแพ้อากาศ ลมพิษ
✅ ช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้น
👍 ซึ่งการฝังเข็มสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนเกิดอาการ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยนะครับ
👨💼👩💼 กลุ่มวัยทำงานที่ต้องทำงานในแต่ละวันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งอดอาหาร , กินอาหารไม่ตรงเวลา , กินอาหารไม่มีประโยชน์ , อยู่หน้าจอทั้งวัน , ขาดการออกกำลังกาย , ขาดการพักผ่อน , เครียด , ใช้ร่างกายจนเยอะเกินไป ต้องหันมาเรียนรู้วิธีดูแลตัวเอง เพื่อสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงห่างไกลโรคกันนะครับ
😊 การฝังเข็มก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันและดูแลภาพร่างกายในวัยทำงานให้แข็งแรง มาดูกันว่าสำหรับวัยทำงานการฝังเข็มสามารถดูแลด้านไหนได้บ้าง?
😣 Office Syndrome และกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อต่างๆ ช่วยลดอาการปวดเกร็งที่เกิดจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆ ปวด คอ บ่า ไหล่ หลัง เอว เข่า ขา การฝังเข็มสามารถดูแลอาการเหล่านี้ได้ดี
😌 ผ่อนคลายความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ การฝังเข็มก็เหมือนการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อและสมองผ่อนคลายได้ โดยฝังตามจุดลมปราณตับ
😊 ปวดศีรษะ ไมเกรน บ้านหมุน การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายจะทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ลดอาการเลือดคั่ง ดูแลอาการปวดเรื้อรังให้ดีขึ้นได้ เพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน
🤩 บำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน ชะลอความเสื่อมของร่างกาย การฝังเข็มเป็นการปรับร่างกายให้สมดุล ไม่เกินไม่ขาด เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงร่างกาย ป้องกันโรค และชะลอความแก่ได้อีกด้วย
🥴 Bell’s Palsy อัมพาตใบหน้า มุมปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่เสียหายได้
😍 ประจำเดือนไม่ปกติ การฝังเข็มสามารถป้องกันและลดปวดท้องประจำเดือนได้ รวมถึงสามารถปรับประจำเดือนสำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และสามารถป้องกันไข้ทับระดูได้ด้วย
😊 ลดสิว ฝ้า การฝังเข็มบนใบหน้าหลัก18จุด จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของผิวกับเส้นเลือดทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้สามารถทำให้ลดสิว ฝ้า ลงได้
😖 หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การฝังเข็มบริเวณหลอดเลือดและเส้นลมปราณจะช่วยสลายเลือดที่คั่ง ทำให้หลอดเลือดและเส้นลมปราณโล่งขึ้น เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและกระดูกจะได้รับการหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น ลดการติดขัดและอักเสบ เพื่อลดอาการปวดและหยุดยั้งการลุกลาม
😁 ป้องกันโรคกรดไหลย้อน ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ม้ามควบคุมระบบย่อย ตั้งแต่กระเพาะอาหารจนถึงทวารหนัก หากเราฝังเข็มเพื่อให้ม้ามแข็งแรงแล้ว ระบบย่อยถึงระบบขับถ่ายทั้งระบบก็จะดีขึ้นด้วย
😙 กระชับสัดส่วน การฝังเข็มสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้เผาผลาญไขมันในจุดนั้นๆจึงสามารถลดเฉพาะส่วนได้ และการฝังเข็มมีผลกับสมองส่วนรับรู้เรื่องการหิวให้ทำงานด้อยลง และไปกระตุ้นสมองส่วนรับรู้เรื่องการอิ่มให้มากขึ้น
☺️ ฟื้นฟูกลุ่มเส้นเลือดสมอง อัมพฤกษ์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์สมองที่ยังไม่ตายฟื้นฟู ปรับระบบการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ลดความหนืดของเลือด กระตุ้นกล้ามเนื้อหดตัว เพื่อชะลอการลีบของกล้ามเนื้อ และความผิดปกติบางอย่างที่ฟื้นตัวได้ยาก
🤧 ภูมิแพ้ คัดจมูก ไอจาม การฝังเข็มจะช่วยลดความไวของปฏิกิริยาร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้น ปรับการทำงานของอวัยวะต่างๆให้อยู่ในสภาพสมดุล ปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทั้งบริเวณเฉพาะที่และทั่วร่างกาย
👨⚕️ ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน บริเวณต่างๆ ทั่วร่างกาย มีพลังงานไม่เท่ากัน (ภาษาจีนเรียกพลังงานไหลเวียนนี้ว่า ‘ชี่’) การฝังเข็มจะเป็นการใช้เข็มฝังบริเวณที่เป็นเส้นลมปรานของร่างกายซึ่งเปรียบเสมือนน้ำที่ไหลในแม่น้ำ เพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เป็นการช่วยกระตุ้นลมปราณ (ชี่) และเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยระบายเลือดที่คั่งเนื่องจากการไหลเวียนไม่ดี ระบายความร้อน หรือสารพิษ เป็นการบำรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูร่างกายที่เสียสมดุลไปให้กลับเข้าสู่สมดุล
☯️ กลไกของการฝังเข็ม
✅ ปรับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพสมดุลปกติ
✅ ปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
✅ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งมีการคลายตัว
✅ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทั้งบริเวณเฉพาะที่และทั่วร่างกาย
🔮 การครอบแก้ว หรือ Cupping Therapy เป็นวิธีบำบัดตามตำราแพทย์แผนจีนโดยใช้วัสดุ เช่น แก้ว ถ้วย มาไล่อากาศออกโดยใช้ความร้อน จากนั้นนำมาวางครอบบนร่างกายเน้นบริเวณเส้นลมปราณ วัสดุนั้นจะดูดกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นเลือดลมทำให้ผิวหนังมีสีแดงเข้มขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 นาทีจึงนำออก โดยปกติแล้วจะทำต่อจากการฝังเข็มเพื่อส่งเสริมการฝังเข็มให้ดียิ่งขึ้นครับ
✅ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเลือดลมไม่ให้เกิดการอุดตัน
✅ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
✅ กระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
✅ กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
✅ ช่วยกำจัดของเสีย และระบายความชื้นออกจากร่างกาย
✅ ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
😊 ฝังเข็มหน้าใสแบบธรรมชาติ ทางเลือกสวยจากภายในสู่ภายนอก “การฝังเข็ม” นอกจากจะช่วยดูแลกลุ่มอาการอื่นๆได้แล้ว ยังนำมาใช้ประโยชน์ในด้านความสวย ความงามได้อีกด้วย! ❤️
🤩 #การฝังเข็มเพื่อความงาม เป็นวิธีการปรับสมดุลภายในร่างกายที่ส่งผลต่อผิวพรรณ เป็นการชะลอความเสื่อมของผิวหนัง ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูผิวหน้า รวมทั้งปัญหาผิวพรรณบนใบหน้าต่างๆ เช่น สิว ฝ้า รอยดำ ผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ ให้มีอาการดีขึ้น ผิวแข็งแรงขึ้น กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
🥳 #โดยกลไกการรักษาของการฝังเข็ม คือ เมื่อเวลาที่ปักเข็มลงไป จุดที่ถูกกระตุ้นจะส่งสัญญาณไปทั่วร่างกาย ทำให้มีการส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับอวัยวะนั้นๆ โดยมีการสันนิษฐานว่าอาจมีการผ่านระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน
❤️ การฝังเข็มบนใบหน้า จะไม่มีสารเคมีหรือตัวยาแต่อย่างใด ปลอดภัย ถูกใจสายคลีนแน่นอนครับ
☺️ ซึ่งขนาดของเข็มที่นำมาใช้ก็มีหลากหลายขนาด แต่สำหรับใบหน้าจะใช้เข็มเบอร์เล็กมากๆ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.8 ถึง 0.13 มิลลิเมตร ไม่เจ็บและน่ากลัวอย่างที่คิด เข็มที่ใช้เป็นเข็มฝังปลอดเชื้อใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งครับ
😵 อาการเวียนศีรษะเป็นอาการที่คนส่วนใหญ่คงเคยเป็น อาจจะมีทั้งวิงเวียนศีรษะ มึนศีรษะ ตามัว ตาลาย หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หรืออาจรู้สึกเหมือนบ้านหมุนได้ อาการเวียนศีรษะเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุมากมาย โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะเครียด วิตกกังวล ทั้งนี้ล้วนเกิดจากอารมณ์ และสมดุลของร่างกายที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
👨⚕️ การตรวจวินิจฉัยในทางการแพทย์แผนจีน
👉 กลุ่มหยางตับแกร่ง มักพบในคนที่มีความดันสูง หรือกระดูกต้นคอเสื่อม คนไข้จะมีอาการ วิงเวียนศีรษะ ปวดเบ้าตา นอนไม่หลับ ปากขมร้อนใน คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
👉 กลุ่มเลือดลมไม่พอ มักพบในคนที่มีความดันโลหิตต่ำ หรือกลุ่มเลือดจาง คนไข้จะมีอาการ หน้าซีด ริมฝีปากซีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มือเท้าอ่อนแรง นอนไม่หลับ ใจสั่น เป็นต้น
👉 กลุ่มสารจิง(สารน้ำร่างกาย)ของไตพร่อง มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขเพศ คนไข้จะมีอาการ วิงเวียนศีรษะ ตาลาย ปวดเข่าเมื่อยเอว ตาแห้ง มีเสียงในหู หูอื้อ เป็นต้น
👉 กลุ่มเลือดคั่ง มักพบในผู้ป่วยที่เลือดลมไหลเวียนไม่ดี คนไข้จะมีอาการ วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะร่วมด้วย สีหน้าคล้ำ ลิ้นมีจุดดำคล้ำ นอนไม่หลับ ใจสั่น เป็นต้น
😊 แพทย์จีนจึงนิยมใช้การฝังเข็มและใช้ยาจีน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยปรับสมดุลเลือดลมและหยินหยางที่ติดขัดอยู่ให้ทำงานปกติ โดยจะเน้นปรับองค์รวมของร่างกายเพื่อให้อาการวิงเวียนศีรษะลดน้อยลง ทำให้อวัยวะต่างๆกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
👍 ทั้งนี้พบว่าคนที่ฝังเข็มอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายได้ และการฝังเข็มสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนเกิดโรคเพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วยนะครับ
👅👀 ทำไมหมอจีนต้องดูลิ้น? เพราะลิ้นบอกสุขภาพได้ การตรวจวินิจฉัยด้วยการดูลักษณะลิ้นและฝ้าบนลิ้น เป็นส่วนสำคัญในการตรวจโรคของแพทย์แผนจีนที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะเส้นลมปราณของอวัยวะภายในร่างกายล้วนเดินผ่านบริเวณลิ้นกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ลิ้นจึงสะท้อนถึงสภาวะภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี
😛 ดังนั้นการดูลิ้นสามารถรู้ถึงความสมดุลภายในร่างกายได้ เปรียบเสมือนกระจกเงาสะท้อนถึงภาวะสมดุลและไม่สมดุล ว่าในร่างกายมีสิ่งใดผิดปกติอย่างไร โดยลักษณะของตัวลิ้นสามารถสะท้อนถึงอวัยวะภายในทั้งห้า (ปอด หัวใจ ม้าม ตับ ไต) และเมื่ออวัยวะทุกส่วนทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันในสภาวะสมดุล จึงทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่เหมาะสมที่สุดครับ
👨⚕️ นอกจากนั้นแพทย์แผนจีนยังต้องพิจารณาลิ้นแต่ละส่วนเพื่อประกอบการวินิจฉัยดังนี้
1.สีของลิ้น
ลิ้นสีแดงเรื่อแสดงว่าพลังงานที่จำเป็นของร่างกายนั้นแข็งแรง (หรือที่เรียกว่าพลังงานชี่) หากสีของลิ้นเปลี่ยนไปมักจะหมายถึงมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
2.รูปร่างของลิ้น
ลิ้นปกติจะไม่หนาหรือบางจนเกินไป ต้องมีลักษณะเรียบไม่แตก โดยทั่วไปแล้วการเปลี่ยนแปลงของลักษณะลิ้นจะแสดงถึงความเจ็บป่วยเรื้อรังซึ่งส่งผลต่อเลือด, สารน้ำในร่างกาย หรือชี่
3.สารเคลือบลิ้น
ถึงแม้ว่าปกติแล้วลิ้นมักจะถูกเคลือบด้วยสีขาวบางๆ แต่สีเหลืองอ่อนและความหนาที่เพิ่มขึ้นบริเวณโคนลิ้นนั้นก็อาจเป็นเรื่องปกติ สารเคลือบลิ้นนี้แสดงถึงม้ามและกระเพาะ นอกจากนี้ยังแสดงถึงการเจ็บป่วยแบบฉับพลันได้เช่น ไข้หวัด
😌 การฝังเข็มให้เกิดผลไม่ใช่แค่เพียงแพทย์จีนปักเข็มไปตามร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องมีเทคนิคหลายอย่างในขั้นตอนการฝังเข็มกับแพทย์จีนที่มีความรู้เกี่ยวกับเข็มและอุปกรณ์การฝังเข็ม ทั้งการเลือกใช้ประเภทของเข็ม วิธีการใช้ และเทคนิคในการกระทำต่อเข็มเพื่อให้ได้ผลดี
👨⚕️ เข็มที่แพทย์จีนนิยมใช้คือ เข็มเล็ก มีลักษณะกลม-บาง ปลายเข็มแหลม ขนาด 0.1-0.3 มิลเท่านั้นเอง เล็กกว่าเข็มฉีดยาทั่วไปประมาณ 6-8 เท่า ความยาวอยู่ระหว่าง 5-125 มิล บางจุดที่ฝังแทบไม่รู้สึกเลย ตัดความกังวลใจได้ครับ และเข็มจะต้องบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปลอดเชื้อรวมทั้งเข็มที่ผ่านการใช้งานแล้วจะถูกทำลายทิ้ง ไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ แพทย์จีนจะทำความสะอาดตำแหน่งที่จะทำการฝังเข็มและอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการฝังเข็มทุกครั้ง
👌 ความลึกในการฝังเข็มจะอยู่เพียงชั้นกล้ามเนื้อที่เข็มสามารถกระตุ้นความรู้สึกได้ชี่ โดยไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อหรืออวัยวะภายใน ในทางคลินิกความลึกของการแทงเข็มขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ ตำแหน่งของจุดฝังเข็ม เช่น จุดบริเวณศีรษะและใบหน้า จะแทงเข็มตื้นกว่าจุดตามร่างกาย และรูปร่างของผู้ป่วย ผู้ป่วยรูปร่างอ้วนใหญ่มักต้องแทงเข็มให้ลึกกว่าผู้ที่มีรูปร่างผอมบาง
😉 ความรู้สึกของคนไข้ระหว่างการฝังเข็มจะรู้สึก “การได้ชี่” หรือความรู้สึกถึงการออกฤทธิ์ของเข็มเมื่อแทงเข็มลงไปถึงจุด อาจรู้สึกปวด, ชา, พองแน่น, รู้สึกหน่วงๆตื้อๆบริเวณรอบจุดที่ฝังเข็ม หรืออาจรู้สึกแล่นกระจายขึ้นหรือลงไปตามแนวเส้นลมปราณ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆครับ
👍 ข้อควรปฏิบัติก่อนได้รับการฝังเข็ม
😴 ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชม.
🍜 ควรรับประทานอาหารมาก่อนอย่างน้อย 1-2 ชม. ไม่ควรทานอาหารจนอิ่มเกินไป
☺️ สวมเสื้อผ้าหลวมๆเพื่อความสะดวกในการฝังเข็ม และในขณะที่ฝังควรนอนสบายๆ ไม่เกร็งหรือขยับร่างกาย เพื่อป้องกันเข็มที่จะผิดรูปบิดงอและอาการปวดที่จะเกิดขึ้นได้











