Author Archives: admin

ตับแกร่ง ม้ามพร่อง สัญญาณโรคกรดไหลย้อน

“กรดไหลย้อน” เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่เชื่อมกับกระเพาะปิดไม่สนิท กรดในกระเพาะจึงไหลย้อนขึ้นไปทางหลอดอาหารได้ ทำให้เกิดอาการจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่คล้ายอาหารไม่ย่อย ปวดแสบร้อนบริเวณอก เรอบ่อย คลื่นไส้ อาจมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอได้⁣

มักพบว่าภาวะกรดไหลย้อนนี้มีความสัมพันธ์กับความเครียด และการทานอาหารไม่เป็นเวลาอย่างมาก แพทย์แผนจีนมองว่าสาเหตุหลักเกิดจากสองอวัยวะนั่นก็คือ “ม้ามและตับ”⁣

โดยศาสตร์จีนเชื่อว่าอาการปวดท้องเกิดจากลมปราณของม้ามกระเพาะทำงานผิดปกติ เนื่องจาก ”ม้าม”ในทางแพทย์แผนจีนเป็นตัวควบคุมระบบการย่อยอาหารทั้งระบบ หากมีความร้อนในร่างกายมากเกินไป หรือมีของเสียสะสม ทำให้เกิดอาการจุกแน่น ท้องอืด เรอ หรืออาเจียน เป็นต้น⁣

ขณะที่ “ตับ” เป็นอวัยวะที่มีความสัมพันธ์กับ “อารมณ์” หลายๆอย่างในร่างกาย หากมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ หรือมีความเครียดก็จะส่งผลถึงตับได้ ซึ่งเมื่อตับไม่แข็งแรง ตับก็จะหันไปทำร้ายม้ามได้ ⁣

แพทย์แผนจีนจึงใช้การฝังเข็มร่วมกับสมุนไพรจีน เพื่อช่วยบำรุง “ม้าม” ให้แข็งแรงเป็นพื้นฐาน และปรับสภาวะของ “ตับ” ให้สงบลง⁣

การฝังเข็มเป็นการดูแลแบบธรรมชาติที่ได้ผลดี เนื่องจากโรคต่างๆนั้นมักเกิดจากโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกายผิดปกติ การฝังเข็มจะช่วยเข้าไปปรับการทำงานของร่างกายให้เข้าสู่สมดุลเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ⁣

อาการชาบอกโรคได้

อาการชาบริเวณมือและเท้าพบได้บ่อยในบรรดาผู้สูงอายุ มักจะมีอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้าหรือรู้สึกหนาๆด้านๆที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า เวลาสัมผัสพื้นผิวจะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บและมีอาการคล้ายมือเท้าหนา⁣

ความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกัน บางรายอาจชาแค่บริเวณปลายนิ้ว บางรายที่รุนแรงจะปวดแสบปวดร้อนอาจลามขึ้นมาถึงข้อมือ ข้อเท้า มีอาการเป็นๆหายๆ หรือมีอาการอยู่ตลอดเวลาเมื่อเจออากาศเย็น จนทำให้ไม่สามารถนอนหลับในเวลากลางคืนได้สนิท⁣

ในทางแพทย์แผนจีน อาการชาปลายมือปลายเท้ามีสาเหตุหลักมาจากการไหลเวียนของเลือดและชี่ (พลังลมปราณ) บริเวณแขนและขาติดขัด ทำให้ไหลเวียนไม่สะดวก ⁣

การฝังเข็มเป็นอีกทางเลือกที่สามารถดูแลได้ โดยจะใช้เข็มปักลงไปตามจุดบนเส้นลมปราณบริเวณแขนและขา เพื่อกระตุ้นเส้นประสาท เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและลมปราณให้หล่อเลี้ยงเส้นประสาทมากขึ้นครับ

การฝังเข็มนั้นควรทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จำนวนโดยเฉลี่ย 10-15 ครั้ง ร่วมกับยาสมุนไพรจีนเพื่อให้อาการดีขึ้นครับ

สีผิวหน้าไม่สม่ำเสมอ ดูแลได้ด้วยการฝังเข็มใบหน้า

“สีผิวหน้าไม่สม่ำเสมอ” เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่พบเจอได้บ่อย ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน ปัญหาฝ้ากระ จุดด่างดำ รวมถึงปัญหาฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งปัญหาผิวหน้าไม่สม่ำเสมอสามารถดูแลได้ด้วยการฝังเข็ม⁣

การฝังเข็มหน้าใส คือ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมฟื้นฟูผิวหน้าให้เลือดลมไหลเวียนดี มีส่วนช่วยในการขับของเสียหรือสารอนุมูลอิสระที่มีผลต่อสีผิวที่หมองคล้ำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แก้ไขปัญหาผิวพรรณบนใบหน้าต่างๆไม่ว่าจะว่าจะเป็น สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ความหมองคล้ำดีขึ้นผิวดูเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น⁣

กล้ามเนื้อทำงานดี ด้วยการฝังเข็ม

“การฝังเข็ม” ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้หลอดเลือดบริเวณที่ปักเข็มขยายตัว แต่หลอดเลือดฝอยทั่วร่างกายก็จะมีการขยายตัวอย่างเหมาะสมอีกด้วย ⁣

ทำให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อทั่วร่างกายได้รับสารอาหารและขจัดของเสียที่คั่งค้างได้ดี ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น และการฝังเข็มยังสามารถออกฤทธิ์กระตุ้นเพื่อปรับการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากจุดฝังเข็มได้ครับ⁣

การฝังเข็มยังสามารถกระตุ้นสมองให้มีการหลั่งสารสื่อสัญญาณประสาทออกมาหลายชนิด ที่สำคัญคือ เอนดอร์ฟิน มีฤทธิ์ในการลดความเจ็บปวดทำให้กล้ามเนื้อที่เกิดการบาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือยาแก้ปวดแบบธรรมชาติครับ⁣

การฝังเข็มยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมีการหลั่งสารฮอร์โมนที่สำคัญออกมาด้วยคือ ACTH และฮอร์โมนคอร์ติโคสเตียรอยด์ มีฤทธิ์กว้างขวางมาก เช่น การลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ กระตุ้นการปลดปล่อยพลังงานภายในร่างกาย และกระตุ้นเซลล์กล้ามเนื้อให้มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น รวมทั้งกระตุ้นโกรทฮอร์โมนมีผลต่อการเจริญเติบโต เป็นต้น⁣

ฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย มีประโยชน์อย่างไร?

การฝังเข็มเป็นศาสตร์ที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลเลือดลม ผ่านการกระตุ้นบริเวณจุดแนวเส้นลมปราณของร่างกาย ช่วยปรับให้หยินหยางสมดุล

แพทย์จีนมองว่าอวัยวะในร่างกายล้วนทำงานส่งเสริมเกื้อกูลกัน หากมีอวัยวะใดบกพร่องหรือทำงานหนักมากไปจนร่างกายเสียสมดุล จะเป็นจุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัว ท้องผูก อ่อนเพลียง่าย ประจำเดือนมาไม่ปกติ ร้อนวูบวาบและอาการปวดต่างๆ เป็นต้น

ประโยชน์ของการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย
– กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด
– ช่วยสลายเลือดคั่งที่อุดกั้นอยู่ตามร่างกาย
– ร่างกายได้ผ่อนคลาย จิตใจสงบขึ้น
– เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านทานโรค
– ลดความตึงเครียดของร่างกาย
– ช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ
– ระบบเส้นประสาท ฟื้นฟูอัมพฤกษ์
– ปรับประจำเดือนให้มาปกติ
– ไมเกรน ปวดศีรษะ
– นอนไม่หลับ หลับยาก ใจสั่น
– ภูมิแพ้อากาศ ลมพิษ

การฝังเข็มสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนเกิดโรคหรืออาการ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยนะครับ

ปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท โรคที่ไม่ควรมองข้าม

อัมพาตของใบหน้า (Bell’s Palsy) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า (เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 Facial Nerve) ด้วยสาเหตุต่างๆจะพบว่า มีอาการอ่อนกำลังของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้หลับตาได้ไม่แน่นสนิท มุมปากเบี้ยวเอียงลงปิดปากไม่สนิทแน่น พูดไม่ชัด เสียการรับรสของปลายลิ้นด้านที่เป็น และในระยะแรกๆของโรคอาจมีอาการปวดหลังใบหู

สาเหตุของของการเกิดโรคยังไม่แน่ชัด แต่มีสมมติฐานว่าโรคอัมพาตใบหน้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Zoster ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทใบหน้าหดเกร็ง บวมน้ำ ถูกกดทับ หรืออาจเกิดจากเยื่อหุ้มกระดูกใน Stylomastoid foramen อักเสบ ทำให้เส้นประสาทใบหน้าถูกกดทับ การไหลเวียนของเลือดติดขัดส่งผลให้เส้นประสาทใบหน้าอักเสบ

อาการของโรคอัมพาตใบหน้ามักเกิดที่ใบหน้าเพียงข้างเดียว อาการที่พบได้แก่ มุมปากเบี้ยวและตาปิดไม่สนิทเป็นอาการหลัก ประกอบกับรอยย่นที่หน้าผากและร่องแก้มหายไป ยักคิ้วหรือขมวดคิ้วไม่ได้ เคี้ยวอาหารหรือดื่มน้ำได้ลำบาก ผิวปากหรือทำแก้มป่องไม่ได้เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากไม่สามารถหดตัวได้ อาจมีอาการตาแห้ง น้ำลายแห้ง การรับรสชาติอาหารลดลง มีความไวต่อเสียง หรือเจ็บบริเวณหูร่วมด้วย

การฝังเข็มเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถกระตุ้นการฟื้นตัวเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่เสียหายได้ จึงสามารถนำเอามาดูแลภาวะอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าได้เช่นกัน และโรคอัมพาตใบหน้าถือเป็นโรคหนึ่งที่องค์การอนามัยโลกได้รับรองว่าสามารถใช้การฝังเข็มดูแลได้

แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆปักตามจุดบริเวณใบหน้าและแขนขา เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาที กระตุ้น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมทั้งหมดประมาณ 10 ครั้ง ใช้เวลา 2-3 เดือน ก็มักจะเป็นปกติได้ อย่างไรก็ตามผลการฝังเข็มอาจแตกต่างไปในแต่ละรายที่มีความรุนแรงและระยะเวลาที่ยาวนานต่างกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบทำการพบแพทย์จีนโดยเร็วที่สุดครับ

ประโยชน์ของการฝังเข็ม

กลุ่มวัยทำงานที่ต้องทำงานในแต่ละวันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งอดอาหาร , กินอาหารไม่ตรงเวลา , กินอาหารไม่มีประโยชน์, อยู่หน้าจอทั้งวัน , ขาดการออกำลังกาย ,ขาดการพักผ่อน , เครียด ,ใช้ร่างกายจนเยอะเกินไป ต้องหันมาเรียนรู้วิธีดูแลตัวเอง เพื่อสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงห่างไกลโรคกันนะครับ

การฝังเข็มก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพร่างกายในวัยทำงานให้แข็งแรง มาดูกันว่าสำหรับวัยทำงานการฝังเข็มสามารถดูแลด้านไหนได้บ้างครับ ?

อาการ Office Syndrome การฝังเข็มช่วยลดอาการปวดเกร็งต่างๆที่เกิดจากการอยู่ในท่าเดียวนานๆ เช่น ทำงานหน้าจอคอมฯ ขับรถ ส่วนใหญ่วัยทำงานจะมีอาการปวดคอบ่าไหล่และหลัง การฝังเข็มสามารถช่วยดูแลอาการเหล่านี้ได้ดี

ผ่อนคลายความเครียด วัยทำงานอยู่กับความเครียด การฝังเข็มก็เหมือนการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อและสมองผ่อนคลายได้ ฝังตามจุดลมปราณตับ แถมยังได้นอนหลับระหว่างฝังเข็มไปด้วย

กระชับรูขุมขน การฝังเข็มช่วยให้เลือดลมเดินดี ไม่มีติดขัด ทำให้ใบหน้าที่หมองคล้ำกลับมาผ่องใสได้ ใบหน้ามีเลือดฝาดดูสุขภาพดี เป็นการที่ผิวดีจากข้างในสู่ภายนอก

ลดสิว ฝ้า การฝังเข็มบนใบหน้าหลัก18จุ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของผิวกับเส้นเลือดทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้สามารถทำให้ลดสิว ฝ้า ลงได้

กระชับสัดส่วน การฝังเข็มสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้เผาผลาญไขมันในจุดนั้นๆจึงสามารถลดเฉพาะส่วนได้ และการฝังเข็มมีผลกับสมองส่วนรับรู้เรื่องการหิวให้ทำงานด้อยลง และไปกระตุ้นสมองส่วนรับรู้เรื่องการอิ่มให้มากขึ้น

ลดโอกาสเกิดซีสต์ในมดลูกและเต้านม ปัจจุบันชีวิตประจำวัน ทั้งการแต่งตัว การกิน การนอนของสาวๆเป็นสาเหตุทำให้เกิดซีสต์ขึ้น การฝังเข็มช่วยดูแลซิสต์ได้ เปรียบกับ ท่อน้ำ หากน้ำไหลไม่ดีก็จะมีตะไคร่น้ำเกาะ แต่ถ้าหากน้ำไหลดีมีแรงก็จะไม่เกิดตะไคร่น้ำและจะชะล้างตะไคร่น้ำที่ติดอยู่ออกไป

ดูแลเรื่องประจำเดือนไม่ปกติ การฝังเข็มสามารถลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ รวมถึงสามารถปรับประจำเดือนสำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาไม่ปกติได้

ป้องกันโรคกรดไหลย้อน ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ม้ามควบคุมระบบย่อย ตั้งแต่กระเพาะอาหารจนถึงทวารหนัก หากเราฝังเข็มเพื่อให้ม้ามแข็งแรงแล้ว ระบบย่อยถึงระบบขับถ่ายทั้งระบบก็จะดีขึ้นด้วย

บำรุงร่างกาย ชะลอความเสื่อมของร่างกาย การฝังเข็มเป็นการปรับร่างกายให้สมดุลแบบองค์รวม ไม่เกินไม่ขาด เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงดูแลร่างกาย และชะลอความชราได้อีกด้วย

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ด้วยการฝังเข็ม โดยแพทย์แผนจีน (ปริญญา)

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานประมาณ 6-8 ชั่วโมง ส่วนมากพบได้บ่อยในคนวัยทำงาน โดยเกิดจากการที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (Overuse Injury) จนยากแก่การซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อย่างสมบูรณ์ โดยทางการแพทย์เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรค Myofascial Pain Syndrome (กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด) โดยอาการปวดมักจะเรื้อรัง ร่วมกับคลำพบลำกล้ามเนื้อแข็งเป็นแนว (Taut Band) และอาจมีจุดกดเจ็บในลำกล้ามเนื้อนั้นๆ (Trigger Point) ที่ทำให้ปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นตามแนวกล้ามเนื้อ

วิธีการฝังเข็มแบบจีน Acupuncture เป็นการฝังแบบทะลวงจุดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของพลังงานชี่ (Qi) ในร่างกาย ทำให้เลือดกลับมาเลี้ยงบริเวณที่เป็นพังผืด ในขณะฝังเข็มมักจะเกิดอาการกระตุกร้าวไปที่ต่างๆ เกิดจากการที่พังผืดขาดออก ทำให้กล้ามเนื้อที่โดนพังผืดรัดไว้ดีดตัวออกทันที ทำให้กล้ามเนื้อกลับมามีความยาวเท่าเดิมก่อนเกิดอาการและกล้ามเนื้อจะปล่อยสารสื่อประสาทออกมาจนหมด ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าจนกว่ากล้ามเนื้อจะสร้างสารสื่อประสาทขึ้นมาใหม่ตามปกติเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง

เมื่ออาการล้าหายไปกล้ามเนื้อจะเริ่มแข็งแรงขึ้น อาจใช้เวลา 3-5 วัน แต่ในบางรายที่กล้ามเนื้ออ่อนแอมากอาจใช้เวลาที่นานกว่านั้น

ปัจจุบันการใช้เข็มในการดูแลออฟฟิศซินโดรมเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ประกันสุขภาพส่วนใหญ่เริ่มครอบคลุมฝังเข็มมากขึ้นด้วยครับ

สีของผิว หลังครอบแก้ว บอกอะไรได้บ้าง?

เมื่อทำการครอบแก้วเสร็จแล้ว หลายคนอาจสงสัยตรงบริเวณของผิวหนังที่โดนครอบแก้วจะเกิดเป็นรอยจ้ำสีม่วงๆขึ้น ซึ่งความเข้มของรอยจ้ำดังกล่าว สามารถบอกได้ถึงลักษณะอาการปวดตรงบริเวณนั้นๆ ได้ว่าเป็นอย่างไร

โดยยิ่งมีสีที่เข้มมากเท่าไร ก็แสดงได้ว่าบริเวณดังกล่าวมีอาการปวดมากเป็นพิเศษ (รอยจ้ำๆ ของผิวหนังบริเวณที่โดนครอบแก้ว จะเป็นรอยอยู่ประมาณ 3-7 วัน แล้วจะค่อยจางหายไปเอง)

สีของผิวหลังครอบแก้ว บอกอะไรได้บ้าง?

  • ถ้ามีรอยสีชมพูอ่อน แสดงว่า ร่างกายสุขภาพดี เลือดลมไหลเวียนดี
  • ถ้ามีรอยสีแดงอมม่วง แสดงว่า ร่างกายมีความร้อนชื้นสะสม อ่อนล้า ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ถ้ามีรอยสีดำคล้ำ แสดงว่า ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เลือดลมติดขัด หรือเลือดคั่งบริเวณนั้นได้
  • ถ้ามีรอยสีเนื้อขาวซีดอ่อน แสดงว่า เลือดและลมปรานอยู่ในระดับพร่อง พลังในร่างกายน้อยกว่าปกติ
  • ถ้ามีรอยสีแดงมีจุดสีม่วงกระจายอยู่ แสดงว่า พลังชี่ติดขัดหรือมีเลือดคั่งบริเวณนั้น ความเย็นสะสมภายในร่างกาย

หลังการครอบแก้วไม่ควรอาบน้ำทันที ควรรอประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิและให้รูขุมขนปิดก่อนนะครับ

เอ็นข้อเข่าอักเสบ ข้อเข่าเสื่อม กับการฝังเข็ม

อาการเอ็นเข่าอักเสบ ปวดบริเวณเข่า มักเป็นด้านใดด้านหนึ่ง เช่นเข่าด้านใน หรือด้านหลังข้อเข่า เป็นหลังออกกำลังกาย วิ่ง เดินขึ้นลงบันได หรือใช้งานหนัก มักเป็นในวัยรุ่นที่เป็นนักกีฬา วัยทำงานขึ้นไป

อาการข้อเข่าเสื่อม มักปวดรอบข้อเข่า เป็นมาเป็นเวลานาน ค่อยๆเป็นมากขึ้น มีเสียงกรอบแกรบเมื่อสัมผัสบริเวณข้อแล้วขยับข้อเข่า เข่าผิดรูป เข่าโก่ง มักเป็นในผู้สูงอายุ

การฝังเข็มในโรคข้อเข่าเสื่อม : ในปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนจากงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลกว่าการฝังเข็มมีประโยชน์ในการดูแลโรคข้อเข่าเสื่อม ทั้งองค์การอนามัยโลก สมาคมความร่วมมือโรคข้อแห่งยุโรป (EULAR) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติของอเมริกา (NIH)

ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน อธิบายว่าอาการปวดเข่าเกิดจากมีการอุดกั้นของพลังลมปราณ การฝังเข็มจะทำให้ลมปราณหมุนเวียนดีขึ้น ช่วยแก้ไขการอุดกั้นของลมปราณ นอกจากนี้การฝังเข็มยังช่วยปรับสมดุลของร่างกาย และพบว่าการฝังเข็มสามารถลดปวดได้โดยผ่านการหลั่งสารหลายอย่าง โดยพบว่าในเรื่องผลลดปวดมีการหลั่งสารสื่อกระแสประสาท (Neurotransmitters) ที่เกี่ยวข้องกับการลดปวด 6 ชนิด และยังมีการหลั่งสาร Endorphine ด้วย

ยังมีการศึกษาในปัจจุบันพบว่า การฝังเข็มช่วยลดอาการอักเสบ เนื่องจากมีการเพิ่ม Blood Cortisol จึงมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบอีกทั้งยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณที่ฝังเข็มอีกด้วยครับ